แม้มือถือถูกขโมยแต่พนักงานแกปฟูดก็ยังพยายามส่งอาหารจนถึงมือลูกค้า 

           ที่ประเทศมาเลเซียได้มีผู้ชายคนหนึ่งโพสต์เล่าข้อความสุขประทับใจที่เขาได้ประสบมาจากการใช้บริการของบริษัท Grab Food ด้วยเขาระบุว่าเขาและเพื่อนของเขานั้นได้มีการสั่งอาหารจากบริษัท Grab Food ให้มาส่งที่บ้านซึ่งเหตุการณ์เป็นไปตามปกติเขาได้รับข้อมูลว่าพนักงานกำลังเดินทางใกล้จะถึงบ้านพักของเขาแล้วดังนั้นเพื่อนของเขาจึงออกไปยืนรอที่ประตูหน้าบ้านพร้อมกับยืนมอง Application ที่มือถือเพราะมันจะสามารถบอกตำแหน่งของพนักงานแกพูดได้ว่าในขณะนี้อยู่ตรงไหนแล้วในขณะที่ยืนรอและมอง Application ในมือถืออยู่นั้น

            ปรากฏว่าสัญญาณที่อยู่ของพนักงาน Grab Food ได้มีการเปลี่ยนทิศทางแทนที่จะลงมาบ้านของพวกเขากลับพบว่าสัญญาณย้อนกลับไปเหมือนจะกลับไปที่ร้านอาหารเหมือนเดิมโดยในครั้งแรกนั้นเขาคิดว่าพนักงานจะอาจจะรับสินค้ามาผิดหรือลืมสินค้าจึงได้ย้อนกลับไปเอาดังนั้นเขาจึงคิดจะกลับเข้ามาในบ้านเพื่อทำงานแล้วค่อยออกไปรอพนักงาน Grab Food อีกทีนึงแต่ในขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงกริ่งของรถดังอยู่ที่หน้าบ้านและเมื่อออกไปดูก็เห็นว่ามีพนักงานมาส่งของอยู่ที่หน้าบ้านแต่เมื่อเขามองที่ Application เขาก็เห็นว่าที่อยู่ของพนักงานฟู้ดนั้นไม่ได้อยู่ตรงบริเวณหน้าบ้านของเขาแต่อยู่ห่างจากบ้านของเขาไปหลายกิโลกรัมเลยทีเดียว

                   ซึ่งทางพนักงาน Grab Food ก็อธิบายให้ลูกค้าทราบว่าระหว่างที่มาส่งสินค้านั้นบังเอิญว่าโทรศัพท์มือถือของเขาโดนโจรขโมยไป   ทำให้เขานั้นจำเป็นต้องยืมโทรศัพท์มือถือของพนักงานรักษาความปลอดภัยของบริษัทแห่งหนึ่งโทรเข้าไปที่ศูนย์ใหญ่ของ Grab Foodเพื่อสอบถามที่อยู่ของลูกค้าหลังจากนั้นก็ขับรถมอเตอร์ไซค์มาส่งอาหารให้กับลูกค้าได้ตรงตามเวลานั่นเอง  

         เรื่องราวความประทับใจให้กับลูกค้าเป็นอย่างมากเนื่องจากลูกค้าสอบถามว่าทำไมพนักงานถึงไม่ไปแจ้งความเกี่ยวกับให้ติดตามโทรศัพท์หายก่อนที่จะมาส่งอาหารโดยเขาได้รับคำตอบจากพนักงานของ Grab Food ว่าเขาจะต้องทำงานที่เขาได้รับมอบหมายให้เสร็จสิ้นเสียก่อนเพราะต่อให้เขาติดตามคนร้ายไปเพื่อหวังที่จะเอาโทรศัพท์มือถือคืนก็ไม่แน่ว่าเขาจะสามารถตามคนร้ายได้ทันดังนั้นสิ่งที่ดีที่สุดคือเขาต้องทำภารกิจของเขาตรงหน้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อนแล้วค่อยไปตามเรื่องทีหลัง

         หลังจากที่เขารู้สึกประทับใจกับการทำงานของพนักงานคนดังกล่าวจึงได้มีการโพสต์ชื่นชมลงใน Facebook ส่วนตัวและกลายเป็นไวรอลที่ผู้คนต่างก็สนใจ และต่างก็ชื่นชมพนักงานคนดังกล่าวเป็นอย่างมากโดยเรื่องราวในครั้งนี้รู้ไปถึง  รัฐมนตรีช่วยกระทรวงพัฒนาธุรกิจการค้า  ทำให้ทางด้านรัฐมนตรีเองก็ออกมาชื่นชม

         และผลพวงจากการทำความดีของพนักงาน Grab Food คนดังกล่าวนั้นเอง เขาได้รับโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่จากลูกค้าที่ใจดีส่งมาให้เขาอีกเขายังได้เงินบริจาคที่ชาวโซเชียลต่างก็รวบรวมเงินมาช่วยเหลือเขาและยังมีบัตรกำนัลจากสถานที่ต่างๆอีกมากมายจากการทำความดีของเขาในครั้งนี้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย    แทงหวยฮานอย

พ่อลูกขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านคนทำปืนลั่นไปโดนเด็กสี่ขวบ

           เมื่อวันที่ 14 เดือนพฤษภาคมปี พ.ศ. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. จะกว๊ะ  ของจังหวัดยะลาได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่ามีเด็กชายวัย 4 ขวบถูกกระสุนปืนจนได้รับบาดเจ็บและเจ้าของกระสุนปืนใหญ่ล้อมรอบเรืออยู่ที่หน้าบ้านของผู้บาดเจ็บทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุพบว่าเด็กชายที่ถูกยิงนั้นได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้วโดยเบื้องต้นมีการส่งตัวไปโรงพยาบาลรามันหลังจากนั้นทางโรงพยาบาลรามาไม่มีการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลศูนย์ยะลา

ซึ่งเด็กชายวัย 4 ขวบนั้นถูกยิงที่บริเวณขาได้รับบาดเจ็บสาหัสแต่ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลรักษาตัวเด็กชายอาการปลอดภัยดีแล้วส่วนผู้ก่อเหตุนั้นเป็นชายอายุ 50 ปีพร้อมกับลูกชายอายุ 12 ปีโดยทั้งคู่ให้การว่าได้มีการขับรถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาในบริเวณดังกล่าวโดยมีการนำอาวุธปืนลูกซองมาด้วยซึ่งผู้เป็นพ่อได้ให้ลูกชายวัย 12 ปีถือปืนลูกซองเอาไว้ซึ่งคาดการณ์กันว่าในระหว่างที่มีการนำอาวุธปืนวันนั้นลูกชายได้มีการวางอาวุธปืนไว้ที่ขาแล้ว

หันกระบอกปืนมาทางบ้านของเด็กชายวัย 4 ขวบและเมื่อถึงจุดเกิดเหตุอาจจะมีปัญหาเรื่องของปืนลั่นจึงทำให้กระสุนปืนยิงออกไปและโดนเด็กผู้ชายวัย 4 ขวบซึ่งขณะนั้นหนูน้อยยังนอนอยู่ในบ้านพักของตนเองจนได้รับบาดเจ็บโดยทางผู้ก่อเหตุเองก็ยอมรับผิดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและพร้อมที่จะจ่ายค่าชดเชยและเงินค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้บาดเจ็บทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานหาข้อมูลจากกล้องวงจรปิด

จากบริเวณดังกล่าวและได้และจะมีการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อไปว่าอาวุธปืนที่ชายวัย 50 ปีนำมานั้นเอามาจากที่ไหนเนื่องจากมีการตรวจสอบสถานะของชายวัย 50 ปีดังกล่าวนั้นก็ไม่ได้เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหรือไม่ได้เป็นอาสาสมัครบ้านที่จะสามารถพกอาวุธปืนออกจากบ้านได้ 

         เรื่องของอาวุธปืนนั้นจำเป็นจะต้องมีการดูแลเป็นอย่างดีเพราะหากให้เด็กถืออาจจะทำให้เกิดทำปืนลั่นและได้รับความเสียหายหรือบุคคลอื่นอาจจะได้รับบาดเจ็บก็เป็นได้ซึ่งอาวุธปืนถือเป็นอาวุธร้ายแรงที่มีอันตรายเป็นอย่างมากแต่ในปัจจุบันเรามักจะเห็นว่าอาวุธปืนมีขายตามท้องตลาดหรือแม้แต่ตาม Facebook เองก็ตามซึ่งราคาของในการซื้อขายปืนเถื่อนนั้นไม่แพงเลยทีเดียวดังนั้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะหาเวลาว่างทำการจับกุมผู้ที่นำอาวุธปืนเถื่อนมาขายเพื่อที่จะได้ลดจำนวนอาวุธที่จะมาใช้สังหารกันได้ง่ายๆเหมือนในปัจจุบันที่เราพบข่าวเกี่ยวกับเรื่องของคนเอาปืนมายิงกันเหตุเพียงเพราะทะเลาะวิวาทและไม่พอใจกันเท่านั้นเอง

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    แทงหวยฮานอย

ทวงเงิน 4500 บาทถึงฆ่าตัดคอแล้วแทงซ้ำ

              ที่จังหวัดสงขลามีเหตุฆ่ากันตายเกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งโดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เดือนกันยายนปีพศ2563 สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าช่วงวันที่ 2 เดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงเขาได้ขับรถออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปทำธุระและเมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุพบว่ามีรถมอเตอร์ไซค์ 2 คันขี่ตีคู่กันมาพอมาถึงจุดเกิดเหตุคนที่ก่อเหตุก็ใช้เท้าถีบไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของผู้เสียชีวิตจนรถมอเตอร์ไซค์ล้มหลัง

จากนั้นก็จอดรถมอเตอร์ไซค์และเดินเข้าไปหาคนที่รถล้มแล้วใช้เชือกมัดคอหลังจากนั้นก็ใช้มีดแทงไปที่ร่างของผู้เสียชีวิตซึ่งขณะนั้นผู้เห็นเหตุการณ์ได้จอดรถมอเตอร์ไซค์และกำลังเดินเพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือและเมื่อผู้ก่อเหตุว่าเห็นว่าตนเองเดินเข้ามาใกล้ก็บอกให้ตนเองนั้นเข้าไปดูผู้บาดเจ็บส่วนตัวของฆาตกรนั้นก็ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์หลบหนีไปซึ่งทางด้านผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาไม่รู้จักกับผู้ที่ก่อเหตุฆ่าคนตายเป็นการส่วนตัวแต่เคยได้ยินชื่อเสียงมาว่าเป็นคนเกเรมีนิสัยเป็นอันธพาล

และชอบชกต่อยกับคนในหมู่บ้านไปทั่วซึ่งเขาสังเกตเห็นว่าหลังจากที่ผู้ก่อเหตุแทงผู้ตายเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งขณะนั้นผู้ตายยังได้รับบาดเจ็บอยู่ยังไม่สิ้นใจตายผู้ก่อเหตุก็ได้บอกให้ตนเข้าไปช่วยเหลือผู้ตายดังนั้นแสดงว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้หวังที่จะฆ่าให้ตายแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้เลยเนื่องจากว่าเขาไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปรอประมาณถึง 20 นาทีถึงมีคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาจึงร้องขอความช่วยเหลือ

ซึ่งในขณะนั้นผู้เสียชีวิตก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังจากที่ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตแล้วก็มีการไปแจ้งให้กับแม่ของผู้เสียชีวิตทราบซึ่งจุดเกิดเหตุกับบ้านของผู้เสียชีวิตนั้นห่างกันเพียงแค่ 1.2 กิโลเมตรเท่านั้นส่วนทางด้านแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นระบุว่าผู้ก่อเหตุนั้นเป็นญาติกับผู้เสียชีวิตเองซึ่งผู้ก่อเหตุปกติแล้วเป็นคนนิสัยเกเรชอบทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวญาติพี่น้องและติดยาเสพติด

ซึ่งเธอได้เคยเตือนลูกชายของเธอแล้วว่าไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับญาติคนนี้ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้นั้นเชื่อว่าน่าจะเกิดมาจากการที่ลูกชายของเธอนั้นให้ผู้ก่อเหตุยืมเงินไปจำนวน 4,500 บาทหลังจากที่ยืมเงินไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะติดต่อผู้ก่อเหตุได้เลยทำให้ลูกชายของเขานั้นติดตามทวงหนี้มาตลอดจนในที่สุดเมื่อวานนี้ลูกชายได้ยินโทรศัพท์ญาติอีกคนนึงโทรไปหาผู้ก่อเหตุ

และได้คุยกันและมีการนัดกันว่าจะมีการคืนเงินการให้ภายในวันนี้ซึ่งลูกชายของเธอนั้นได้ขับรถออกมานอกบ้านเพิ่งมาเจอกับผู้ก่อเหตุนั้นเองทั้งนี้เธอมองว่าผู้ก่อเหตุมีจิตใจที่โหดเหี่ยมมาก โดยเธอหวังว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ววันนี้เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

 

 

สนับสนุนโดย    วิธีซื้อหวยออนไลน์

ข่มขืนภรรยาจะฆ่าลูกหากไม่ยอมคืนดีด้วย

         จากที่มีผู้ใช้ Facebook คนหนึ่งได้มีการแชร์ภาพเป็นภาพของชายคนหนึ่งกำลังทำร้ายร่างกายลูกของตนเองด้วยการเอามือบีบคอขณะที่ลูกกำลังกินนมโดยมีการโพสต์ข้อความข่มขืนฝากไว้ถึงภรรยาว่าหากภรรยาของเขานั้นยังเงียบแล้วไม่ติดต่อกับเขามาเขาจะฆ่าลูกให้ตายซึ่งผู้ใช้ Facebook คนดังกล่าวนั้นได้เห็นภาพนี้ยังมีการนำภาพนี้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองด้วยเห็นภาพดังกล่าวก็พยายามติดตามหาตัวชายคนดังกล่าว

ซึ่งต่อมาทราบที่ว่าชายคนดังกล่าวนั้นคือนายเจ  และเด็กชายที่อยู่กับนายเจนั้นก็เป็นลูกชายแท้ๆของนายเจเองชื่อว่าเด็กชายก๋วยเจ๋งอายุเพียงแค่ 1 ขวบกว่าๆเท่านั้น ทั้งนี้  ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามติดตามหาตัวนายเจแต่ก็ไม่รู้ว่าในใจย้ายหนีไปอยู่ที่ไหนเพราะว่าไปที่บ้านเช่าของนายเจแล้วก็ไม่พบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามประสานงานครอบครัวของภรรยาของนายเจ

แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ซึ่งล่าสุดสามารถติดต่อพยาน ij ได้แล้วแต่เธอก็อยู่ที่ประเทศพม่าโดยตอนนี้ทำงานอยู่ที่นั่นโดยภรรยาของนายเจได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวความว่าตัวเธอนั้นอยู่ที่ประเทศพม่ามาทำงานหลายปีแล้วซึ่งในตอนนั้นมาทำงานพร้อมกับนายเจแต่หลังจากอยู่ด้วยกันสักพักพบว่าในใจนะนอกใจเธอไปมีผู้หญิงคนอื่นซึ่งในตอนนั้นเธอมีลูกกับนายเจ 2 คนหลังจากเธอจับได้ว่านายเจนอกใจเธอและในใจก็เลิกลากันเลยนะเจ๊ขอลูกมาเลี้ยง 1 คนส่วนตัวเธอนั้น

เอาลูกไปเลี้ยงอีก 1 คนและนายเจก็พาภรรยาใหม่กลับมาอยู่ที่เมืองไทยซึ่งเธอได้ข่าวภายหลังว่านายเจนั้นได้เลิกกับภรรยาใหม่หลังจากนั้นนายเจก็พยายามกลับมางอนง้อขอคืนดีให้ตนกลับไปอยู่ด้วยแต่ภรรยาเก่านั้นไม่ยอมกลับไปคืนดีนายเจจึงมักที่จะทำร้ายร่างกายลูกและโพสต์คลิปรวมถึงส่งภาพมาให้พระยาเก่าดูเป็นประจำเพื่อหวังจะข่มขู่ให้ภรรยาเก่านั้น

ส่งเงินไปให้ใช้รวมถึงให้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมซึ่งทำยังเล่าอีกว่าในเจมักจะทำร้ายลูกด้วยการนำลูกไปตากแดดหรือไปตากฝนบางครั้งก็ให้ลูกอดข้าวหรือให้ลูกดูดขวดนมเปล่าเปล่าโดยที่ไม่มีนมอยู่ในนั้นซึ่งเธอไม่สามารถทำอะไรได้เธอรู้สึกสงสารลูกมากแต่ในใจก็ข่มขู่เอาไว้ว่าหากเธอบอกเรื่องนี้กับใครในใจจะทำร้ายลูกจนถึงแก่ความตายเธอ

จึงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ญาติคนไหนของเธอฟังเลย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามหาตัวนายเจซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าเด็กชายคนดังกล่าวนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไรและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการให้แม่ของเด็กชายคนดังกล่าวนั้นเดินทางกลับมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายเจอย่างเป็นทางการอีกที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์ lottovip