ทวงเงิน 4500 บาทถึงฆ่าตัดคอแล้วแทงซ้ำ

              ที่จังหวัดสงขลามีเหตุฆ่ากันตายเกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งโดยเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 เดือนกันยายนปีพศ2563 สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีผู้พบเห็นเหตุการณ์ได้ให้การกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าช่วงวันที่ 2 เดือนกันยายนเป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงเขาได้ขับรถออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปทำธุระและเมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุพบว่ามีรถมอเตอร์ไซค์ 2 คันขี่ตีคู่กันมาพอมาถึงจุดเกิดเหตุคนที่ก่อเหตุก็ใช้เท้าถีบไปที่รถมอเตอร์ไซค์ของผู้เสียชีวิตจนรถมอเตอร์ไซค์ล้มหลัง

จากนั้นก็จอดรถมอเตอร์ไซค์และเดินเข้าไปหาคนที่รถล้มแล้วใช้เชือกมัดคอหลังจากนั้นก็ใช้มีดแทงไปที่ร่างของผู้เสียชีวิตซึ่งขณะนั้นผู้เห็นเหตุการณ์ได้จอดรถมอเตอร์ไซค์และกำลังเดินเพื่อที่จะเข้าไปช่วยเหลือและเมื่อผู้ก่อเหตุว่าเห็นว่าตนเองเดินเข้ามาใกล้ก็บอกให้ตนเองนั้นเข้าไปดูผู้บาดเจ็บส่วนตัวของฆาตกรนั้นก็ได้ขี่รถมอเตอร์ไซค์หลบหนีไปซึ่งทางด้านผู้เห็นเหตุการณ์แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าเขาไม่รู้จักกับผู้ที่ก่อเหตุฆ่าคนตายเป็นการส่วนตัวแต่เคยได้ยินชื่อเสียงมาว่าเป็นคนเกเรมีนิสัยเป็นอันธพาล

และชอบชกต่อยกับคนในหมู่บ้านไปทั่วซึ่งเขาสังเกตเห็นว่าหลังจากที่ผู้ก่อเหตุแทงผู้ตายเป็นที่เรียบร้อยแล้วซึ่งขณะนั้นผู้ตายยังได้รับบาดเจ็บอยู่ยังไม่สิ้นใจตายผู้ก่อเหตุก็ได้บอกให้ตนเข้าไปช่วยเหลือผู้ตายดังนั้นแสดงว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้หวังที่จะฆ่าให้ตายแต่อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้เลยเนื่องจากว่าเขาไม่ได้พกโทรศัพท์ติดตัวไปรอประมาณถึง 20 นาทีถึงมีคนขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านมาจึงร้องขอความช่วยเหลือ

ซึ่งในขณะนั้นผู้เสียชีวิตก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตในเวลาต่อมาหลังจากที่ผู้เสียชีวิตเสียชีวิตแล้วก็มีการไปแจ้งให้กับแม่ของผู้เสียชีวิตทราบซึ่งจุดเกิดเหตุกับบ้านของผู้เสียชีวิตนั้นห่างกันเพียงแค่ 1.2 กิโลเมตรเท่านั้นส่วนทางด้านแม่ของผู้เสียชีวิตนั้นระบุว่าผู้ก่อเหตุนั้นเป็นญาติกับผู้เสียชีวิตเองซึ่งผู้ก่อเหตุปกติแล้วเป็นคนนิสัยเกเรชอบทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวญาติพี่น้องและติดยาเสพติด

ซึ่งเธอได้เคยเตือนลูกชายของเธอแล้วว่าไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับญาติคนนี้ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตในครั้งนี้นั้นเชื่อว่าน่าจะเกิดมาจากการที่ลูกชายของเธอนั้นให้ผู้ก่อเหตุยืมเงินไปจำนวน 4,500 บาทหลังจากที่ยืมเงินไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะติดต่อผู้ก่อเหตุได้เลยทำให้ลูกชายของเขานั้นติดตามทวงหนี้มาตลอดจนในที่สุดเมื่อวานนี้ลูกชายได้ยินโทรศัพท์ญาติอีกคนนึงโทรไปหาผู้ก่อเหตุ

และได้คุยกันและมีการนัดกันว่าจะมีการคืนเงินการให้ภายในวันนี้ซึ่งลูกชายของเธอนั้นได้ขับรถออกมานอกบ้านเพิ่งมาเจอกับผู้ก่อเหตุนั้นเองทั้งนี้เธอมองว่าผู้ก่อเหตุมีจิตใจที่โหดเหี่ยมมาก โดยเธอหวังว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ววันนี้เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

 

 

สนับสนุนโดย    วิธีซื้อหวยออนไลน์

ข่มขืนภรรยาจะฆ่าลูกหากไม่ยอมคืนดีด้วย

         จากที่มีผู้ใช้ Facebook คนหนึ่งได้มีการแชร์ภาพเป็นภาพของชายคนหนึ่งกำลังทำร้ายร่างกายลูกของตนเองด้วยการเอามือบีบคอขณะที่ลูกกำลังกินนมโดยมีการโพสต์ข้อความข่มขืนฝากไว้ถึงภรรยาว่าหากภรรยาของเขานั้นยังเงียบแล้วไม่ติดต่อกับเขามาเขาจะฆ่าลูกให้ตายซึ่งผู้ใช้ Facebook คนดังกล่าวนั้นได้เห็นภาพนี้ยังมีการนำภาพนี้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจจนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเองด้วยเห็นภาพดังกล่าวก็พยายามติดตามหาตัวชายคนดังกล่าว

ซึ่งต่อมาทราบที่ว่าชายคนดังกล่าวนั้นคือนายเจ  และเด็กชายที่อยู่กับนายเจนั้นก็เป็นลูกชายแท้ๆของนายเจเองชื่อว่าเด็กชายก๋วยเจ๋งอายุเพียงแค่ 1 ขวบกว่าๆเท่านั้น ทั้งนี้  ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามติดตามหาตัวนายเจแต่ก็ไม่รู้ว่าในใจย้ายหนีไปอยู่ที่ไหนเพราะว่าไปที่บ้านเช่าของนายเจแล้วก็ไม่พบเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามประสานงานครอบครัวของภรรยาของนายเจ

แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ซึ่งล่าสุดสามารถติดต่อพยาน ij ได้แล้วแต่เธอก็อยู่ที่ประเทศพม่าโดยตอนนี้ทำงานอยู่ที่นั่นโดยภรรยาของนายเจได้เล่าให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและนักข่าวความว่าตัวเธอนั้นอยู่ที่ประเทศพม่ามาทำงานหลายปีแล้วซึ่งในตอนนั้นมาทำงานพร้อมกับนายเจแต่หลังจากอยู่ด้วยกันสักพักพบว่าในใจนะนอกใจเธอไปมีผู้หญิงคนอื่นซึ่งในตอนนั้นเธอมีลูกกับนายเจ 2 คนหลังจากเธอจับได้ว่านายเจนอกใจเธอและในใจก็เลิกลากันเลยนะเจ๊ขอลูกมาเลี้ยง 1 คนส่วนตัวเธอนั้น

เอาลูกไปเลี้ยงอีก 1 คนและนายเจก็พาภรรยาใหม่กลับมาอยู่ที่เมืองไทยซึ่งเธอได้ข่าวภายหลังว่านายเจนั้นได้เลิกกับภรรยาใหม่หลังจากนั้นนายเจก็พยายามกลับมางอนง้อขอคืนดีให้ตนกลับไปอยู่ด้วยแต่ภรรยาเก่านั้นไม่ยอมกลับไปคืนดีนายเจจึงมักที่จะทำร้ายร่างกายลูกและโพสต์คลิปรวมถึงส่งภาพมาให้พระยาเก่าดูเป็นประจำเพื่อหวังจะข่มขู่ให้ภรรยาเก่านั้น

ส่งเงินไปให้ใช้รวมถึงให้กลับมาอยู่ด้วยกันเหมือนเดิมซึ่งทำยังเล่าอีกว่าในเจมักจะทำร้ายลูกด้วยการนำลูกไปตากแดดหรือไปตากฝนบางครั้งก็ให้ลูกอดข้าวหรือให้ลูกดูดขวดนมเปล่าเปล่าโดยที่ไม่มีนมอยู่ในนั้นซึ่งเธอไม่สามารถทำอะไรได้เธอรู้สึกสงสารลูกมากแต่ในใจก็ข่มขู่เอาไว้ว่าหากเธอบอกเรื่องนี้กับใครในใจจะทำร้ายลูกจนถึงแก่ความตายเธอ

จึงไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ญาติคนไหนของเธอฟังเลย อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งติดตามหาตัวนายเจซึ่งตอนนี้ไม่รู้ว่าเด็กชายคนดังกล่าวนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไรและทางเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องการให้แม่ของเด็กชายคนดังกล่าวนั้นเดินทางกลับมาแจ้งความดำเนินคดีกับนายเจอย่างเป็นทางการอีกที

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยออนไลน์ lottovip